ถึงวัยแล้วสินะ
ช่วงนี้ มองไปทางไหนก็เจอแต่ ว่าที่คุณแม่ , คุณแม่มือใหม่ แม่ลูกอ่อน พี่โอ๋มักจะถือ "นมอัลมอนด์" ไปเยี่ยมคุณแม่มือใหม่ และ มีคำถามตามมาว่า "ทำไมต้องนมอัลมมอนด์"
วันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันนะคะ ว่า "คนท้อง" และ "คุณแม่ระยะให้นมลูก" ทำไมถึงต้องกินนมอัลมอนด์ เพราะในนมอัลมอนด์ มี "แคลเซียม" และ "วิตามินอี" สูง
www.calorieking.com
ในนมอัลมอนด์ 1 ขวด(250ml)
ให้พลังงานต่ำ แค่ 63.0 kcal
มีไขมันดี 2.6 g ซึ่งบำรุงสมอง
มีคาร์บน้อยมาก 8.3 g ไม่ต้องกลัวอ้วน
แคลเซียมสูง 208.3 mg บำรุงผม เล็บ ฟัน
วิตามินอีสูง 13.5 IU เพียงพอต่อความต้องการวิตามินอีในแต่ละวัน
- ย่อยง่ายกว่านมวัว
- วิตามินอีสูง บำรุง ผม ผิว เล็บ ฟัน
- มีวิตามินบี 17 เป็นสารต้านมะเร็ง
- เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ไม่เป็นภาระต่อร่างกาย
- ลดคอเรสเทอรอล
- ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
- มีสารแห่งความสุข ชื่อว่า "ไนอาซีน"
- มีวิตามินบี 2 ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
- มีแคลเซียมและแมกนีเซียม มากกว่านมวัว
- แคลอรี่ต่ำ 1 ขวด(250ml) ให้พลังงานเพียง 80 Kcal เท่านั้น
- ไม่มีสารกันบูด หรือ สารปรุงแต่งใดๆ
คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซี่ยมมากกว่าคนปกติ เพราะทารกในครรภ์จะดึงเเคลเซี่ยมจากร่างกายของแม่ไปใช้ในการสร้างเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย
แคลเซียมน้อยไป…ไม่ดีกับแม่
ในช่วงท้องหากคุณแม่ได้รับแคลเซียมน้อย ก็จะยังมีแคลเซียมเพียงพอต่อการสร้างกระดูกของลูกในท้อง เพราะ 90% ของร่างกายเราจะมีแคลเซียมสะสมในกระดูกอยู่แล้ว ลูกในท้องสามารถดึงแคลเซียมจากแม่ไปใช้ได้ทันที โดยจะดึงไปใช้ประมาณ 30 กรัม หรือ 2.5% ของแคลเซียมในตัวแม่
แต่ถ้าคุณแม่ได้รับแคลเซียมน้อย จะส่งผลเสียต่อตัวคุณแม่ในระยะยาว คือทำให้กระดูกเปราะบาง ผุง่ายกว่าปกติ ฟันผุง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลในช่วงวัยทอง และถ้ามีการขาดแคลเซียมแบบรุนแรง จะส่งผลได้ทันทีคือ คุณแม่จะมีอาการชักเกร็ง ซึ่งมีโอกาสเกิดน้อยมากค่ะ
หลายคนอาจสงสัยว่ามากินเสริมเอาทีหลังได้มั้ย? คำตอบคือ ถ้าขาดในช่วงสั้นๆ ก็ยังพอเสริมได้ทัน แต่ถ้าไม่ได้บำรุงเลยในช่วงตั้งครรภ์แล้วมาเสริมกันทีหลัง อาจจะไม่ทัน เพราะระยะเวลาตั้งครรภ์เป็นช่วงยาวนาน ลูกอาจดึงแคลเซียมในกระดูกไปใช้เรียบร้อยแล้ว... แฮ่
หมอเด็กเตือนมารดาที่กระหน่ำดื่มนมวัวแทนน้ำขณะตั้งครรภ์ ทารกมีความเสี่ยงที่จะแพ้นมวัว ทั้งยัง มีสิทธิเป็นผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ได้ง่ายกว่าคนทั่วไป แนะมารดากินอาหารเสริมแคลเซียมชนิดอื่นแทน พ.ญ.ภาสุรี แสงสุภวานิช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า โรคภูมิแพ้โปรตีนนมวัวพบบ่อยขึ้นในปัจจุบัน จากการสำรวจในต่างประเทศและไทย พบเด็กดื่มนมวัวแล้วเกิดอาการแพ้มีจำนวนใกล้เคียงกันคือร้อยละ 3 หรือประมาณ 2 หมื่นคน จากเด็กที่ดื่มนมวัว 6 แสนคน
อาการแพ้โปรตีนนมวัว ส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ หรือการที่มารดาดื่มนมวัวขณะตั้งครรภ์ในปริมาณมากเกินไป โดยหวังจะเพิ่มแคลเซียมบำรุงครรภ์ แต่แคลเซียมกลับตกค้างและสะสมในร่างกาย ก็ส่งผลให้ลูกเกิดอาการแพ้นมวัวตามมาได้เช่นกัน “โปรตีนนมวัวเป็นสารก่อภูมิแพ้ชนิดรุนแรง หากได้รับปริมาณโปรตีนเกินจำเป็น ดังนั้น มารดาที่คลอดบุตรใหม่ๆ ควรให้ทารกกินนมแม่ในช่วงขวบปีแรก หรือรอให้ทารกพร้อมจึงให้ดื่มนมผสมจากนมวัวเป็นอาหารเสริม เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้นตามมา” พ.ญ.ภาสุรี กล่าว
เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะแสดงอาการทางผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ เช่น ผื่นแดงตามตัว คัดจมูกคล้ายเป็นหวัดเรื้อรัง การแพ้โปรตีนนมวัวในวัยเด็ก มีผลกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้อื่นๆ ตามมา เช่น แพ้ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคหอบหืด แพ้อาหารชนิดต่างๆ เช่น แพ้อาหารทะเล แพ้อาหารเสริมบางชนิด ทั้งนี้ เด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวมีความเสี่ยงมากกว่า 50% ที่จะเป็นภูมิแพ้อื่นๆ ในวัยผู้ใหญ่
สำหรับแม่ที่น้ำนมไม่เพียงพอให้ลูกดื่ม และเกรงว่าลูกจะแพ้โปรตีนนมวัว ให้เปลี่ยนมาใช้นมทดแทน เช่น นมอัลมอนด์ นมผสมถั่วเหลือง หรือให้อาหารเสริมแคลเซียมชนิดอื่น เช่น งาดำ ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียวแทน
หาแคลเซียมได้ที่ไหน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ >> Click
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.mamaexpert.com , พ.ญ.ภาสุรี แสงสุภวานิช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
แวะมารู้จัก พูดคุยกับเราให้มากขึ้นได้ที่

FB : merrymild
IG : MerryMildd
LINE ID : MerryMildd
Mobile : 099-669-5093