น้ำมันมะพร้าว...หากจะต้องเเบ่ง ตามกระบวนการผลิต จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
1.น้ำมันมะพร้าวทั่วไป สกัดได้จากเนื้อมะพร้าวห้าวโดยการบีบ หรือใช้ตัวทำละลาย ผ่านความร้อนสูง และขบวนการทางเคมี คือการทำให้บริสุทธิ์ ฟอกสี และกำจัด กลิ่น หลังจากที่สกัดได้ เพื่อให้เหมาะสำหรับการบริโภค ได้น้ำมันสีเหลืองอ่อนไม่มีกลิ่นและรส ปราศจากวิตามินอี (เพราะถูกขจัดออกไปโดยขบวนการทางเคมี) มีปริมาณกรดไขมันอิสระ ไม่เกิน 0.1 %

น้ำมันมะพร้าว ประเภทนี้ นิยม ใช้ไปประกอบอาหาร เช่นใช้ในการทอดอาหาร หรือการผลิตอาหารต่างๆ เป็นน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตจากเนื้อมะพร้าวแห้ง น้ำมันที่สกัดได้จะต้องผ่านขบวนการทำให้บริสุทธิ์ การฟอกสี และกำจัดกลิ่น ก่อนที่จะนำไปบริโภค น้ำมันชนิดนี้บางครั้งจะถูกกล่าวถึงว่าเป็น “น้ำมันธรรมชาติ” แต่ความเป็นจริง น้ำมันชนิดนี้จะมีความหนืดและมีสีเหลืองอ่อน

2. น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ รู้จักกันในชื่อ “น้ำมันมะพร้าวเวอร์จิ้น” (Virgin Coconut Oil) หรือน้ำมันมะพร้าวน้ำมันมะพร้าวแบบเย็น โดยขบวนการบีบไม่ผ่านความร้อนสูง ผลิตจากเนื้อมะพร้าวสดเป็นน้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ที่สุด สีใสเหมือนน้ำ มีวิตามินอี และไม่ผ่านขบวนการเติม ออกซิเจน มีค่า และกรดไขมันอิสระต่ำมีกลิ่นมะพร้าวอย่างอ่อน ๆ ถึงแรง (ขึ้นอยู่กับขบวนการการผลิต) มีความชื้นไม่เกิน 0.1 % เรียกน้ำมันมะพร้าวชนิดนี้ว่า น้ำมันมะพร้าวพรหมจรรย์ (VirginCoconut Oil) เป็นน้ำมันที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมขนาดเล็ก หรือ ในครัวเรือน
เพราะ...ความบริสุทธิ์ของ น้ำมันมะพร้าว ที่มีมีขบวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก เพราะไม่มีการใช้ความร้อนเลย ทำให้ได้น้ำมันที่มีคุณภาพพิเศษ ที่มีกลิ่นหอม มีรสชาติดี อุดมด้วยวิตามิน E และสาร Antioxidants และได้รับการกล่าวขวัญว่ามีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ

ดังนั้น น้ำมันมะพร้าว จึงเป็นวัตถุดิบ ที่นิยมใช้ ในอุตสาหกรรม อาหาร เช่น ทำเนยเทียม เนยขาว น้ำมันทอดอาหาร ผลิตภัณฑ์ขนมอบ อีกทั้งยังใช้ในอุตสาหกรรมประเภท สบู่ เเละ ผงซักฟอก
ส่วนน้ำมันมะพร้าวที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป จะเป็นชนิด 76°oil และ 92°oil ตัวเลขนี้หมายถึง ค่า Wiley melting point เป็นองศาฟาเรนไฮต์ เช่น 76° oil เป็นน้ำมันมะพร้าวที่ไม่ผ่านการไฮโดรจิเนชั่น แต่ถ้าเป็น 92° oil เป็นน้ำมันมะพร้าวที่ผ่านการไฮโดรจิเนชั่นเพียงบางส่วน

ประเภทน้ำมันมะพร้าว ต่อ ปฏิกริยา ทางเคมี
มี 2 ประเภทคือ
- น้ำมันมะพร้าวชนิดที่ไม่ผ่านการไฮโดรจิเนชั่น นิยมใช้เป็นส่วนผสมของสารเคลือบผิว (coating) เช่นการผลิต ไอศกรีมแท่ง เพราะมันแข็งตัวเมื่ออยู่ในรูปแท่งที่อุณหภูมิต่ำ เมื่อกินเข้าไปในปากจะละลายอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย
- น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ทนทานต่อปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมาก เนื่องจากมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวน้อยมาก ซึ่งคุณสมบัตินี้ทำให้น้ำมันมะพร้าวถูกนำไปใช้ประโยชน์ อาทิ เช่น การทอดถั่วและอาหารขบเคี้ยวต่างๆ ที่ต้องการอายุการเก็บรักษานาน
นอกจากนั้นกรดไขมันที่มีโมเลกุลต่ำในน้ำมันมะพร้าวยังช่วยทำให้น้ำมันมะพร้าวมีความหนืดต่ำกว่าน้ำมันชนิดอื่น ทำให้ไม่รู้สึกเป็นน้ำมัน (greasy) เมื่ออยู่ในปาก และยังใช้เป็น Spray coating พวกธัญพืช และ cracker เป็นต้น
น้ำมันมะพร้าวเเต่ละประเภท จะมีการใช้งานที่เเตกต่างกัน ดังนั้นหากต้องการ ใช้น้ำมันมะพร้าว ควรเลือกตามกระบวนการผลิต เพราะจะได้ใช้งานให้ถูกต้องเเละเหมาะสมในการใช้งานนั้นเอง
**********
คุยกันต่อได้ที่
Facebook : Plearn Coconut Cooking Oil
Youtube : Plearn Coconut Cooking Oil
Blog : Plearn Coconut Cookingoil
พูดคุย ปรึกษาได้ที่

กรอกข้อมูลเพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กับ Plearn Cooking Oil ได้ที่นี่ คลิ๊กเลย