[Love Learning ]  [article] ครูตุ้ยแนะแนว - ซีรีย์: เรียนที่ไหนดี? (2/3)

 
 
 


ซีรีย์: เรียนที่ไหนดี? (2/3)

หลักสูตรไทย Vs English Program (EP) Vs International Program (IP) (ระดับมัธยม)

ในบทความที่แล้วมีเล่าว่าเด็กระดับป.ตรีที่สอนอยู่ "มาจากอินเตอร์ - มั่นใจกับภาษาอังกฤษ มาจากเอกชนหรือ EP - ไม่กลัวภาษาอังกฤษ มาจากรร.รัฐ - ไม่มั่นใจกับภาษาอังกฤษ"

บทความนี้จะแบ่งปันประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกเรียนในระดับมัธยมครับ

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหลักสูตรทั้ง 3 แบบนี้คืออะไร

หลักสูตรไทย - หลักสูตรกระทรวง สอนเกือบทุกวิชาเป็นภาษาไทยยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ

‪‎EP‬ - หลักสูตรกระทรวงแต่สอนเป็นภาษาไทยและอังกฤษควบคู่กันไป
กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดอัตราส่วนและรูปแบบของ EP ไว้ดังนี้
  • ระดับอนุบาล จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษไม่เกิน 50%
  • ระดับประถม จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และพลศึกษา 
  • ระดับมัธยม สามารถจัดได้ทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาไทย และสังคมศึกษาใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย กฎหมาย ประเพณีและวัฒนธรรมของไทย

‪‎IP‬ - หลักสูตรต่างประเทศ เช่น IB, IGCSE สอนเป็นภาษาอังกฤษ
บางโรงเรียนสอนหลักสูตรแบบเดียว บางโรงเรียนมี 2 แบบ 3 แบบ ตรงนี้สำคัญมากในเรื่องคุณภาพการศึกษาที่ได้และสภาพแวดล้อม ซึ่งส่งผลถึงผลลัพท์ที่ออกมา ปัจจุบันโรงเรียนดังหลายโรงเรียน (ที่ผู้ปกครองอยากให้เด็กเข้ากันนี่แหล่ะ) อย่างน้อยต้องมี EP เช่น สวนกุหลาบ หรือเป็น EP เช่น โรงเรียนเอกชนดังๆ เซนต์คาเบรียล เซนต์ฟรัง ฯลฯ


(‪หมายเหตุก่อนอ่านต่อ‬ บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และผลลัพธ์ที่เห็น (เด็กที่เข้ามาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรอินเตอร์) ผู้เขียนอยู่ในวงการศึกษาแต่ไม่ใช่นักจัดการศึกษา บางอย่างที่เขียนเป็น opinion ไม่ใช่ fact)

แล้ว 3 หลักสูตรนี้มีจุดต่างอะไรที่น่าสนใจ

‪‎ค่าเล่าเรียน‬ (คร่าวๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ และค่าแรกเข้าอีก)

หลักสูตรไทย - ปีละ 1 - 5 หมื่น (หลักสูตรความสามารถพิเศษ)
EP - ปีละ 1 - 2 แสน
IP - ปีละ 3 - 5 แสน

‪ด้านเนื้อหาหลักสูตร‬

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรากำลังพูดถึงโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับนึง ความแข็งแกร่งทางวิชาการอยู่ในระดับเดียวกัน ด้วยความที่หลักสูตรไทยและ EP อิงหลักสูตรจากกระทรวงศึกษาฯ เป็นหลัก ด้านวิชาการในวิชาหลักคิดว่าพอๆ กัน

ในส่วนของ EP จากที่ได้สอนพิเศษเด็กประถม - ม.ต้นมา 3 โรงเรียน สองแห่งแรกใช้วิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษทดแทนบางบทเรียนเช่น คณิตเพิ่มเติมจะไปอยู่ในวิชา Math IE แต่บางวิชาจะค่อนข้างซ้ำกับวิชาที่สอนเป็นภาษาไทย เช่น วิทย์ อีกโรงเรียนจะเรียนวิชาหลักเป็นภาษาอังกฤษไปเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องดูเป็นรายโรงเรียนไป

จากที่สอนพิเศษเด็กหลักสูตร EP จากประมาณ 5 ปีที่แล้วสังเกตว่าวิชาที่เป็น IE (สอนเป็นภาษาอังกฤษ) เนื้อหาและข้อสอบจะค่อนข้างง่ายอาจเป็นเพราะมันยากตรงที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ปัจจุบันยากพอๆ กัน

ส่วน IP ใช้หลักสูตรต่างประเทศ เพราะงั้นวิธิการสอนและเนื้อหาอาจต่างออกไป อย่างไรก็ตามเคยสอนพิเศษเด็ก IP วิชา Math มาบ้าง เน้อหาหลักคล้ายกันแต่ไม่ยากเท่าเด็กไทย คิดง่ายๆ SAT (Math) เป็นเรื่องง่ายของเด็กหลักสูตรไทยและ EP ถ้าแปลโจทย์ออก

‪ด้านภาษาอังกฤษ

แน่นอนว่าเด็ก IP ภาษาอังกฤษจะดีกว่า เห็นตัวอย่างมามากที่เด็กพูดได้ดีแบบธรรมชาติ ต่อให้สำเนียงไม่ดีมากแต่ไม่มีตื่นเต้น เด็ก EP ก็จะกลางๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับตัวเด็กและคุณภาพของโรงเรียนด้วย เคยเห็นเด็นอินเตอร์ที่ภาษาอังกฤษไม่ดีเหมือนกัน เด็ก EP หรือโรงเรียนไทยก็ภาษาดีได้ถ้าฝึกหรือเรียนเสริมให้ถูกทาง

ในส่วนนี้สภาพแวดล้อมของโรงเรียนสำคัญมาก เป็นการยากที่เด็กจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีถ้าสภาพแวดล้อมและบุคลากรของโรงเรียนไม่เอ้ออำนวยต่อให้สอนตามหลักสูตรต่างประเทศก็ตาม ฉะนั้นถ้าจะให้เด็กเรียนอินเตอร์เพื่อภาษาก็ควรดูตรงจุดนี้ด้วย เสียแพงทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม

‪ด้านการเข้ามหาวิทยาลัย‬

เพื่อนอาจารย์คนนึงเคยกล่าวไว้ว่า "เราไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดชีวิตให้ลูก เพราะงั้นผมจะให้ลูกเรียนที่มันกลางๆ ไว้ก่อน" เค้าพูดถึงระหว่างโรงเรียนทางเลือกกับโรงเรียนมาตรฐานของเด็กเล็ก แต่ผมคิดว่ามันเข้ากับ context นี้เหมือนกัน

ถ้าเรียนหลักสูตรไทยหรือ EP ทางเลือกจะเปิดกว้าง ต่อได้ทั้งหลักสูตรไทยและอินเตอร์ บางสาขาวิชาอินเตอร์ยังไม่แพร่หลาย การสอบเข้าต้องใช้วิชาสามัญ ถ้าเรียน IP จะยากมากในการที่จะสอบเข้าได้

แต่ถ้าจะเรียนต่ออินเตอร์ บางวิทยาลัย/คณะ เช่น Mahidol University International College (MUIC) จะใช้แค่เกรดและสอบวิชาเลขกับอังกฤษ บางแห่งเน้นโควต้า เช่น KMITL International College (ลาดกระบัง) ก็ใช้แค่เกรดและยื่นคะแนน standard test เสริมเอา เช่น SAT โอกาสเปิดกว้าง เลขค่อนข้างยากสำหรับเด็ก IP แต่อยู่ในระดับที่สู้ได้ แต่ภาษาอังกฤษจะยากมากสำหรับเด็กหลักสูตรไทย

‪พอเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยแล้วเป็นอย่างไร‬

เด็กโรงเรียนอินเตอร์อ่อนวิชาการไม่ใช่แค่ข่าวลือ ส่วนตัว (สอน Math) พบว่าเด็กอินเตอร์ส่วนใหญ่จะอ่อนเลข ทั้งนี้ขึ้นกับตัวเด็กเองด้วย ถ้าพื้นฐานพอได้และขยันหน่อยก็จะตามเพื่อนทัน บางคนได้เกรดดีด้วย แต่บางคนน่าสงสารมาก พื้นฐานไม่ได้เลย บางคนสอบตกหลายครั้งจนรีไทร์
แต่พอขึ้นปี 3 - 4 แล้วคิดว่าความแข็งด้านวิชาการไม่ใช่ประเด็น ทุกคนเรียนศาสตร์เฉพาะทางของวิชาชีพใหม่เหมือนกันหมด น้อยวิชามากที่จะได้รับผลกระทบจากพื้นฐานของวิชามัธยม แต่ก็นั่นแหล่ะเด็กทุกคนได้รับการปรับฐานตอนปี 1 - 2 แล้ว

‪สรุปคือเรียนหลักสูตรไหนดี‬

ถ้าตามเงื่อนไขการเข้าเรียนต่อและสภาพสังคมปัจจุบันและไม่มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ

ประถม - อินเตอร์หรือ EP ที่ภาษาอังกฤษดีมากเพื่อให้ได้ภาษา แต่อันนี้คือต้องพร้อมด้านการเงินจริงๆ ถ้ามีรายได้ระดับกลางจะให้เรียน EP

มัธยมต้น - โรงเรียนเอกชนหรือรัฐที่มี EP เด็กชั้นนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อด้านวิชาการ เป็นระดับที่เด็กจะเริ่มแสดงความถนัดและความชอบทางวิชาการและจะส่งผลถึงอาชีพในอนาคตด้วย

มัธยมปลาย - โรงเรียนเอกชนหรือรัฐที่มี EP หรือโรงเรียนรัฐที่แข็งด้านวิชาการจริงๆ เช่น เตรียมอุดมฯ มหิดลนุสรณ์ และสวนกุหลาบ ส่วนตัวคิดว่าถ้าเด็กเก่งขนาดเข้า 3 โรงเรียนนี้ได้ ภาษาอังกฤษไม่ใช่ปัญหา สามารถพัฒนาเพิ่มเติมเองได้ รวมถึงโอกาสในการศึกษาต่อต่างประเทศด้วย

‪ข้อคิดเพิ่มเติม

- ไม่ว่าจะเลือกเรียนโรงเรียนไหนให้นึกถึงการเดินทางเป็นสำคัญ ถ้าเด็กต้องเครียดเร่งรีบทุกเช้าและใช้เวลาบนถนนวันละหลายชั่วโมงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

- เลือกที่เรียนให้เหมาะกับฐานะของครอบครัว การทุ่มให้การศึกษาลูกมากเกินไปอาจส่งผลเสียตามมา และถ้าเด็กไปอยู่ในสังคมที่ไม่ affordable สำหรับเค้าอาจเป็นปมด้อยของเด็ก ผู้เขียนเคยประสบปัญหานี้มาแล้ว

- โรงเรียนมีผลต่อทัศนคติ connection และอาชีพในอนาคตจริงๆ ส่วนนี้จะเล่าในเรื่องที่ 3 ต่อไปครับ

ขอบคุณครับ


เรียนที่ไหนดี? (1/3) - หลักสูตรไทย Vs อินเตอร์ (ระดับมหาวิทยาลัย)

เกี่ยวกับผู้เขียน

อ่านเรื่องราวดีๆ ในห้องเรียนเพิ่มเติม




‪‎ที่มา‬:
http://www.dek-d.com/education/35790/
http://www.dek-d.com/board/view/3452874/
http://www.sk.ac.th/
http://www.triamudom.ac.th/
http://www.muic.mahidol.ac.th/eng/?page_id=11532
http://www.ic.kmitl.ac.th/…/files/SE-Announcement-2016-2.pdf
http://th.theasianparent.com/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E…/

เครดิตภาพ: http://www.huffingtonpost.com/galanty-miller/facebooks-high-school-reu_b_5627045.html

 
Post by : RTDiary บันทึกของครูตุ้ย

บันทึกของครูตุ้ย RTDiary “การศึกษาเป็นประกันของชีวิต เพิ่มความน่าจะเป็นในการสำเร็จ ลดความเสี่ยงในการล้มเหลว” www.facebook.com/rtdiary Line ID: tui-ronnachai


- Goto Top -
Lastest Update
 
Other Articles