ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งรัก
ของ STERNBERG
ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกคน ทุกคนที่คิดว่ากำลังมีความรัก หรือ ไม่แน่ใจว่าใช่รักหรือไม่? อาจลองใช้ด้านของสามเหลี่ยมแทนความรู้สึกที่มี 3 ด้าน สร้างสามเหลี่ยมตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ทฤษฎีความรัก (Love Theory) ซึ่งมีทฤษฎีที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด คือ
"ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งรัก" ของ Sternberg ที่ว่า
ความรักจะมั่นคงหรือไม่?

ควรประกอบด้วย 3 ด้าน
- ความรู้สึก "ดึงดูดใจ"
- ความรู้สึก "ผูกพัน"
- ความรู้สึก "ยึดมั่น"
องค์ประกอบ 3 ด้าน ทำให้เกิด
สภาพ "ความรัก" ที่แตกต่างกัน 8 รูปแบบดังนี้
1. ไม่รัก ไม่มีความรู้สึกใดๆ เลยทั้ง 3 ด้าน
2. ชอบ มีความพอใจผูกพัน ..แต่..ไม่รู้สึกหลงใหลดึงดูดหรือยึดมั่นที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน
3. รักแบบหวือหวา มีแต่ความดึงดูดใจ แต่ไม่มีความผูกพัน หรือยึดมั่นต่อกัน
4. รักจืดชืดมีแต่ความตั้งใจยึดมั่น แต่..ไม่เหลือความดึงดูดใจและความผูกพันอยากใกล้ชิด
5. รักโรแมนติก เป็นความรัก...ด้วยความดึงดูดใจ...อยากใกล้ชิดผูกพัน แต่ขาดความยึดมั่นต่อกัน
6. อยู่ด้วยกัน..แบบเพื่อน + มีความผูกพัน + ยึดมั่นต่อกัน แต่ไม่มีความรู้สึกแบบดูดดื่ม
7. รักลวง มีความรู้สึกดึงดูดใจ มุ่งมั่นต่อกัน แต่ไม่สามารถพัฒนาความผูกพันแบบลึกซึ้ง
8. แบบล้นเหลือ รักที่มีความรู้สึกทั้ง 3 ด้านอย่างมากมาย มากเกินไป
จาก 'ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก' แล้วแตกออกเป็นแบบประเมินใน 8 รูปแบบเป็นตัวอย่าง "ความสัมพันธ์" ที่เกิดขึ้นได้ ทุกคนที่คิดว่ากำลังมีความรักหรือไม่แน่ใจว่าใช่รักหรือไม่ ?
อาจลองใช้ด้านของ 3 เหลี่ยม
แทนความรู้สึกที่มี 3 ด้าน
สร้าง 3 เหลี่ยมตามความรู้สึกที่เกิดขึ้น
- ถ้าเราไม่สามารถสร้างขีดใดๆ ให้เกิดเป็นรูปสามเหลี่ยมได้ ขอประเมินว่า… ความรู้สึกของคุณน่าจะกำลังอยู่ในข้อ 1 คือ “ไม่รัก” เพราะคุณไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลยสักด้าน แล้วจะเรียกว่ารักได้ยังไง
- ถ้าเส้นของด้านที่ 2 หรือ 3 สั้นกว่ามาก แสดงว่าคุณ “อาจจะ” กำลังมี “ความรักที่เหลือล้น”

ลองประเมินความรู้สึกของตัวเองกันดู ว่ารักของเรานั้นน่าจะเป็นรักแบบไหน แล้วค่อยไปประเมินคนนั้นด้วย ว่าเขาจะคิดเหมือนกับเราหรือเปล่า เพราะแต่ละคน จะมีรูปสามเหลี่ยมที่แตกต่างกัน การประเมินความรู้สึกของอีกคน จึงไม่ง่ายเหมือนประเมินตัวเอง และเมื่อประเมินแล้ว ต้องสามารถยอมรับให้ได้ถึงคำตอบที่จะออกมาด้วย
“สมการของความรัก เป็นโจทย์ที่ต้องแก้ด้วยคน 2 คน” ต่อให้ประเมินออกมาแล้วใจตรงกันทั้งคู่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ความรักจะจบลงที่ความสุข สมหวังเสมอไป ของแบบนี้ ขึ้นอยู่กับว่า เลือกด้านไหนของสามเหลี่ยมมาใช้เป็นรากฐานของความรัก ถ้าใครมีพื้นฐานความรักที่อยู่บนความเสี่ยงสูง เหมือนสามเหลี่ยมที่มีปลายแหลมทิ่มลงพื้น ก็อาจต้องเหนื่อยกับการดูแลน้ำหนักของความรักให้มันสมดุลกันอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ความรักมันพังทลายลง