สีฟ้า เป็น Deep Ocean (รส Blue Hawaii)
สีแดง เป็น Volcano (รส Strawberry)
สีเหลือง เป็น Aloha Hawaii (รส Orange)
เป็นเครื่องดื่มแนว Italian Soda / Mocktail ที่คุ้นเคยกัน
สำหรับผมถ้าจัดเบอเกอร์ ขอเป็นเบียร์จะเยี่ยมมากเลยจัด เบียร์อเมริกันอย่าง Budweiser มาคู่กับเบอเกอร์อเมริกัน-ฮาวายกันครับ ราคาขวดละ 180+ บาทแล้วก็จะมีเบียร์อีก 2 ยี่ห้อให้เลือกครับ
และเนื่องด้วยการไปทำรีวิวครั้งนี้ ทางร้านเชิญให้ผมเข้าไปทำการเก็บบรรยากาศภายในครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
ผมก็ไม่พลาดครับ คว้ากล้องแล้วรีบเข้าไป หวังจะได้ช็อตเด็ดและก็สมใจกับช็อตนี้ กับการปรุงเนื้อเบอเกอร์สดใหม่ทุกออเดอร์(1)ไฟลุกท่วมชิ้นเนื้อ
โดยเนื้อวัวพันธุ์ Angus ที่เลือกนำมาใช้เป็นการนำเข้าแบบ Chilled ในส่วนของ Ground Chuck 100%(สันคอ-สันไหล่) ไม่มีสิ่งอื่นใดเจือปนในเนื้อทำให้เนื้อมีความหอมและชุ่มฉ่ำ(2) และยังไร้สารสังเคราะห์และฟิลเลอร์(3) อีกด้วยครับ โดยการย่างเนื้อผ่านความร้อนจากหินภูเขาไฟ ที่ให้ความร้อนที่คงที่อีกด้วย
หลังจากได้ภาพที่ตั้งใจไว้แล้ว ก็ออกมาที่โต๊ะอาหารที่สั่งไปก็ทยอยออกมา เป็นอาหารจาก Side Dish อย่างแรกที่มาเสิร์ฟ เป็น Ceasar Salad ราคา 160+ บาท
สลัดจานนี้รสดีมากเบคอนกรอบ ชีสและขนมปัง รวมถึงน้ำสลัดจัดมาได้พอดีกับผักในจานเหมาะกับการเริ่มต้นมื้อหนักนะครับ เพราะผักจะช่วยให้กระเพาะเราเริ่มทำงานอย่างเบา ๆ เป็นการวอร์มอัพก่อนจะจัดเบอเกอร์เนื้อชิ้นใหญ่ ๆ ตามลงไปครับ
New Orleans Chicken Wings ปีกไก่ย่างสูตรนิวออลีนส์ราคา 110+ บาท รสชาติไก่ย่างอร่อย ไม่แพ้ร้านไหนเช่นกัน
Mix Grilled Sausages ไส้กรอกรวมย่างราคา 130+ บาท ไส้กรอกหลายรสชาติและรสสัมผัสที่แตกต่างกัน อร่อยได้ไม่ซ้ำ ส่วนตัวชอบเนื้อลูกวัวสีขาวมากที่สุด นุ่มหอมอร่อย
Cheezzee Fries มันฝรั่งทอดราดชีส ราคา 75+ บาทมันฝรั่งทอดกรอบร้อน ๆ ราดด้วยชีสเยิ้ม ๆ เข้มข้นก่อนจะไปลุยเบอเกอร์กันครับ
ก่อนอื่นมาทำความรู้เพิ่มกันอีกสักนิดครับเนื้อวัวของ Teddy's Bigger Burger ที่นำมาทำเบอเกอร์นั้นมี 3 ขนาดด้วยกันคือ 5 oz. 7 oz. และ 9 oz.ขนาดมาตรฐานคือ 5 oz. และสามารถเพิ่มขนาดเนื้อหรือจำนวนชิ้นเนื้อได้โดยการเพิ่มราคา +60 บาท และ +90 บาท ต่อ ชิ้น ตามลำดับ
ระดับความสุกของเนื้อมี 5 ระดับด้วยกัน คือตั้งแต่ Rare > Medium Rare > Medium > Medium Well > Well Done(4) ซึ่งส่วนตัวผมแนะนำและชอบ Medium Rare เป็นการส่วนตัว เพราะเนื้อที่ได้จะไม่สุกเกินไปยังคงมีความชุ่มฉ่ำของเนื้ออยู่สูงมากครับ
สำหรับซอสมีให้เลือก 6 ชนิดด้วยกัน(5) โดยจะมี
- ซอสสูตรพิเศษ คล้ายมายองเนสผสมมัสตาร์ด
- ซอส Spicy คล้ายทาบาสโก้
- ซอสเทริยากิ คล้ายซอสญี่ปุ่นที่ใช้กับของย่าง
- ซอสบาร์บีคิว คล้ายกับที่ทาบนซี่โครงหมูบาร์บีคิว
- ซอสพริกไทยดำ คล้ายกับที่กินกับสเต็ก
- ซอสวาซาบิ คล้ายกับซอสฟิวชั่นของอาหารญี่ปุ่นฉุนดี
ให้เราได้เลือกตามความชอบเลยครับ ซึ่งทุกตัวนั้น รสชาติทำออกมาได้ค่อนข้างเข้ากับเบอเกอร์ได้ดีครับ
เนื้อเบอเกอร์ของ Teddy's Bigger Burger มีให้เลือกนอกเหนือจากเนื้อวัว Angus แล้ว ก็ยังมีเนื้อหมู เนื้อไก่ และเบคอนให้ได้เลือก
สำหรับคนไม่ทานเนื้อวัวอีกด้วย(6)เบอเกอร์ชิ้นแรกที่มา เป็นHawaiian Burger ราคา 205+ บาท
เป็น 1 ใน Teddy's Original Burger ขึ้นชื่อของร้านซึ่งขนมปังของเบอเกอร์นั้น ของทางร้านใช้เป็น Potato Bun ขนมปังมันฝรั่งที่มีความนุ่มหนึบและรสชาติที่ออกหวาน ๆ มัน ๆ นิด ๆ(7) เนื้อเบอเกอร์สำหรับชิ้นนี้ เลือกเป็นเนื้อหมูมาครับ
เนื้อหมูเกรดดีมาก ๆ นุ่มสุกมาร้อน ๆ กำลังดีชุ่มฉ่ำด้วยซอสเทริยากิสูตรเด็ดของทางร้านมาพร้อมกับสับปะรดชิ้นหนา แตงกวาดอง มะเขือเทศ
หัวหอมใหญ่และผักกาดแก้ว มาชิ้นแรกก็ประทับใจแล้วล่ะครับ
เบอเกอร์ชิ้นถัดมา เป็นอีก 1 ใน Teddy's Original Burgerกับ Western Burger ราคา 265+ บาท
คราวนี้เป็นเบอเกอร์เนื้อน้ำหนักเนื้อ 5 oz. ความสุกระดับ medium rare ราดด้วยซอสบาร์บีคิว รสชาติเยี่ยม มาพร้อมกับ เบคอน หอมหัวใหญ่ทอด เชดด้าชีส
และที่สำคัญเมนูเบอเกอร์ชิ้นนี้ ไม่มีผัก ใครไม่ชอบกินผักและชอบเนื้อ ๆ (ยกเว้นหอมหัวใหญ่ทอด) สไตล์ตะวันตกเป็นอีก 1 เมนูที่น่าลิ้มลองมาก ๆ เลยครับ
ชิ้นถัดมา Monster Double Burger ราคา 360+ บาท เป็นอีก 1 เมนู Original ของ Teddy's Bigger Burger
เป็นเมนูแสดงถึงความใหญ่บิ๊กเบิ้มของเบอเกอร์ร้านนี้ครับ ประกอบไปด้วย เนื้อ Angus เบอเกอร์สุกแบบ medium rare น้ำหนัก 5 oz. 2 ชิ้น ซ้อนกันมา ราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่เป็นสูตรลับของทางร้าน Teddy's Bigger Burger
รสชาติซอสดีงามมาก ๆ เข้ากันดีกับเนื้อวัว รสจะคล้าย ๆมายองเนสผสมกับมัสตาร์ด ที่ดูเยิ้มดั่งชีสแต่ไม่เลี่ยนครับเสิร์ฟมาพร้อมกับผักกาดหอม หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศแตงกวาดอง เบคอน อะโวควาโดครับ ชิ้นโต ๆ หนา ใหญ่ ๆ สะใจเลยล่ะ
อีกชิ้น เข้าสู่โหมด D.I.Y.(8) ครับ แต่เริ่มต้นด้วยแบบเล็ก ๆ กับ Teddy's Original Burger ที่เพิ่มท็อปปิ้งเข้าไป โดยจะมี พริกดอง Jalapeno, แซลมอนรมควัน แล้วทำการ เปลี่ยนซอสเป็น Spicy Sauce มาแทนซอสสูตรพิเศษ
ซึ่งตัวพริกดองที่มีรสเปรี้ยว กับ ซอส Spicy รสเผ็ดมีความเข้ากันได้ดีอย่างลงตัว และเมื่อกินพร้อมกับเนื้อปลาแซลมอนรมควัน และเนื้อวัวแบบ Medium rareจัดว่าชิ้นนี้เป็นการ Match up กันได้อย่างลงตัวครับ ชิ้นนี้ จัดแล้วราคาอยู่ที่ 300 กว่าบาท + ครับ (จำราคาแน่นอนไม่ได้)
ถัดมาชิ้นสุดท้าย จัดเต็ม D.I.Y. แบบ Finale เลยครับ เป็นชิ้นที่ผมจัดเองกับมือ ว่าต้องการอะไร ตอนสั่งไป ๆยังกังวลอยู่ว่า ทางร้านจะจัดออกมาไหวหรือไม่ ลุ้นมาก ๆโดยชิ้นนี้ จะเริ่มต้นจาก Monster Double Burger เพิ่มขนาดเนื้อเป็น 7 oz. 2 ชิ้น ความสุกแบบ Medium Rare ราดด้วยซอสสูตรพิเศษ เพิ่มซอสวาซาบิอีก 1 ซอส เพิ่มท็อปปิ้งดังนี้ เบคอน ไข่ดาว ผักร็อคเก็ต อเมริกันชีสและอะโวควาโด ก็ได้ออกมาตามภาพครับ สูงขนาดเฉียด ๆ 6 นิ้ว
จัดว่าเป็นเบอเกอร์ชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยสั่งสมกับชื่อร้าน Teddy's Bigger Burger ครับ
ใครจัดใหญ่กว่านี้ได้ก็เชิญมาลองครับ เสียดายที่เนื้อ 9 oz. หมดไม่งั้นผมจะสะใจยิ่งกว่านี้แน่ ๆ เพราะเนื้อดี เนื้ออร่อย หอมย่างไฟราคาชิ่นนี้รวมแล้ว 700 กว่าบาท + ครับ คุ้มค่า กับที่คิดและครีเอทออกมาเลยล่ะครับ
หากคิดว่าเบอเกอร์ใหญ่เกินกว่าจะหั่นเองได้ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากพนักงานได้ครับให้ช่วยตัดแบ่งให้เป็นส่วน ๆ ได้ครับ
ยังไม่จบแค่นี้ ขอตบท้ายด้วย Milk Shake ที่มีถึง 4 รสชาติให้เลือกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ช็อคโกแล็ต, วนิลา, สตอเบอร์รี่และกาแฟ ราคาแก้วละ 120+ บาทเป็นไอศกรีมปั่นกับนม ได้ความเข้มข้นถึงใจเป็นเมนูยอดฮิตที่ฮาวายนิยมกินคู่กับกับเบอเกอร์ครับ
และปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง PineApple Panna Cottaพานาค็อตต้าสับปะรด รสชาตินุ่ม ๆ ละมุนลิ้นเปรี้ยวสับปะรด ได้รสชาติสดชื่นปิดท้ายมื้อดีเลยครับที่ตอนนี้มีโปรโมชั่น เพียงแค่เช็คอิน ก็ได้รับฟรีกันเลยครับ
เป็นยังไงบ้างครับ กับ Teddy's Bigger Burger ร้านเบอเกอร์จากฮาวาย ที่ก่อตั้งกันขึ้นมาโดยชาวอเมริกัน 2 คนคือ Mr.Ted กับ Mr.Rich ที่ชื่นชอบการกินเบอเกอร์อย่างดีประกอบกับการที่อยู่ฮาวายแล้วหากินยากนัก ก็ตั้งร้านขึ้นมาซะเลยจนปัจจุบันนี้ มีสาขาอยู่หลายประเทศทั่วโลก โดยในไทยนี้ก็มี 2 สาขาที่คือ Gateway Ekamai และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ครับ
สำหรับผมเป็นร้านเบอเกอร์ที่คุ้มค่าในราคา ปริมาณ คุณภาพและรสชาติ ไม่ควรพลาดสำหรับคอเบอเกอร์เลยครับแล้วคุณจะรู้ว่าสวรรค์ของคนรักเบอเกอร์อยู่ที่นี่ !!!กับ (1)-(8) เคล็ดลับความอร่อยที่ Teddy’s Bigger Burger จัดให้ได้ลิ้มรส ลิ้มลองครับ
สนใจสำรองโต๊ะและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สาขา Gateway Ekamai โทร. 02 004 1065
สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โทร. 02 884 6336
ขอให้อิ่มอร่อยกับเบอเกอร์แบบจัดเต็มชิ้นใหญ่เต็มปากเต็มคำกันครับ